Select Product By Category

Populate the sidearea with useful widgets. It’s simple to add images, categories, latest post, social media icon links, tag clouds, and more.
admin@cpe.co.th
Phone: 0-2675-9411 FAX: (02) 675-9674

ตอนที่ 9 : จีน…..ประเทศที่กลับไปไม่ได้อีก

ตอนที่ 9 : จีน…..ประเทศที่กลับไปไม่ได้อีก

ผมอยู่ฮ่องกงจนอายุ 17 ปี ผมจะอ่านหนังสือทุกวัน นอกจากอ่านหนังสือแล้วก็ดูหนัง ผมฝันตั้งแต่เด็กว่าจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เพื่อนของผมคนหนึ่งมีพี่ชายเป็นดารา อายุของเขาประมาณ 18-19 ปี เพราะมีพี่ของเพื่อนที่เป็นดารา ผมจึงมีโอกาสได้เข้าไปดูโรงถ่ายภาพยนตร์ มีโอกาสสังเกตว่าเขาถ่ายทำกันอย่างไร และในตอนนั้นผมตั้งใจจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์จริงๆ

ฮ่องกงในช่วงราวทศวรรษพ.ศ. 2490 ยังไม่ได้เจริญเหมือนทุกวันนี้ บนท้องถนนมีรถยนต์น้อยมาก คนจีนที่อพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ก็มีจำนวนมาก คนยากจนมักอาศัยในบ้านสังกะสีตามเชิงเขา คนรวยที่เคยอยู่ฮ่องกงย้ายออกไป ภายหลังฮ่องกงจึงค่อยๆเจริญขึ้นมา

ตอนที่ผมเรียนอยู่ที่ฮ่องกง ที่โรงเรียนใช้ภาษาจีนกวางตุ้งและภาษาอังกฤษ โรงเรียนที่ผมเคยเรียนนั้น ปัจจุบันไม่มีแล้ว คุณพ่ออยากให้ผมเรียนที่ฮ่องกง เพราะอยากให้ผมมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดี หลังจากนั้นท่านอยากให้ผมไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ความคิดของคุณพ่อในตอนนั้นคือ อยากให้ผมตั้งใจศึกษาด้านการเกษตรที่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีเกษตรกรรมที่พัฒนาแล้ว จะได้กลับมาช่วยงานที่บ้าน

แต่ผมไม่ชอบชีวิตที่ต้องย้ายไปมาบ่อยๆ ผมเรียนภาษาไทยที่โรงเรียนอนุบาลในไทย ย้ายไปเรียนที่จีนเพื่อเรียนภาษาจีน (ภาษาจีนแต้จิ๋ว) แล้วยังย้ายไปกวางเจา เริ่มเรียนภาษาจีนกวางตุ้ง ย้ายมาฮ่องกง เพื่อเรียนภาษาจีนกวางตุ้งและภาษาอังกฤษ ถ้ายังต้องย้ายไปเรียนที่ออสเตรเลีย ผมก็ต้องเริ่มเรียนภาษาอังกฤษด้วยความยากลำบากอีก

ตอนที่ย้ายไปเรียนที่ซัวเถา ผมรู้สึกลำบากที่ต้องเริ่มเรียนภาษาจีนใหม่ ถ้าย้ายไปเรียนที่ออสเตรเลียแล้ว ก็ต้องเริ่มเรียนภาษาอังกฤษใหม่ ผมไม่อยากปรับตัวใหม่อีก จึงตัดสินใจไม่ไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ในตอนแรกผมต้องไปเรียนกับน้องสาว สุดท้ายน้องสาวของผมจึงไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียคนเดียว

ผมอาศัยอยู่ที่ฮ่องกงจนถึงปลายทศวรรษพ.ศ. 2490 ในตอนนั้นประเทศจีนมีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายเศรษฐกิจอย่างชัดเจน จากเดิมในช่วงเริ่มก่อตั้งชาติในยุคสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศจีนเคยสนับสนุนนักธุรกิจบริษัทเอกชนและต้อนรับชาวจีนโพ้นทะเล แต่ภายหลังมียโยบายแปรเปลี่ยนมาต่อต้านบริษัทเอกชนและระบบเศรษฐกิจทุนนิยม รัฐบาลเริ่มเวรคืนที่ดินของเอกชน และสนับสนุนเกษตรกรรมแบบคอมมูนแทน ด้วยเหตุนี้คุณพ่อซึ่งมีบริษัทและสวนเกษตรที่ซัวเถาจึงกลับกลายเป็นนายทุนและเจ้าของที่ดินที่รัฐบาลต้องการโค่นล้ม

แต่ถือว่าคุณพ่อยังโชคดี เดิมทีคุณพ่อไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ แต่คุณพ่อเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร จำเป็นต้องเดินทางมารับการรักษาด้วยการผ่าตัดที่ฮ่องกง คุณพ่อจึงได้ออกจากประเทศจีน ประจวบกับตอนนั้นฮ่องกงตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ จีนไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงการปกครองฮ่องกงได้ ฮ่องกงจึงถือว่าเป็นที่ที่ปลอดภัย คุณพ่อจึงรอดพ้นมาได้ ถ้าวันนั้นคุณพ่อออกจากจีนช้าไปนิดเดียว ท่านอาจไม่มีชีวิตรอดออกมาก็ได้

ภายหลัง บริษัทที่ซัวเถาและสวนเกษตรถูกรัฐบาลเวรคืนทั้งหมด คุณพ่อสูญเสียทรัพย์สินที่มีอยู่ที่เมืองจีน ผมก็ไม่สามารถเดินทางจากฮ่องกงไปซัวเถาและกวางเจาได้อีก เพราะเกรงว่าจะถูกกักอยู่ที่ประเทศจีน จนกระทั่งช่วงปลายยุคทศวรรษพ.ศ. 2510 หลังจากที่เติ้งเสี่ยวผิงดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศ ผมจึงได้กลับไปเมืองจีนอีกครั้ง

หลังจากที่ผมตัดสินใจไม่เรียนที่ออสเตรเลีย คุณพ่อบอกผมว่า “ถ้าไม่เรียน ก็กลับมาทำงานกับทางบ้าน” ผมจึงออกจากฮ่องกงกลับมาเมืองไทย ระหว่างที่ผมใช้ชีวิตอยู่ที่ฮ่องกงและจีน พี่ชายทั้งสองได้พัฒนาธุรกิจจากร้านร้านเจียไต๋จึงที่คุณพ่อได้ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพขึ้นเป็นธุรกิจขนาดกลางนามว่า ร้านเจริญโภคภัณฑ์ แล้ว

แปลและเรียบเรียงโดย :

– คุณภรณี จิรวงศานนท์ สำนักประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์

– มร. หวง เหวยเหว่ย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท ซีที อินฟราสตรักเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด

ที่มา : http://www.nikkei.com/article/DGXKZO04609800Y6A700C1BC8001/

In 2009, esquire magazine named danger mouse on its list of the 75 most essaydragon.com influential people of the 21st century

admin
No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.