Select Product By Category

Populate the sidearea with useful widgets. It’s simple to add images, categories, latest post, social media icon links, tag clouds, and more.
admin@cpe.co.th
Phone: 0-2675-9411 FAX: (02) 675-9674

กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรทันสมัย ข้าว-ปลา-ปาล์ม รับการเกษตรอนาคต

กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรทันสมัย ข้าว-ปลา-ปาล์ม รับการเกษตรอนาคต

      เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ประธานธนินท์ เจียรวนนท์ นำ คณะผู้บริหารของกิจการเครือฯ เดินทางไปตรวจความพร้อมของพื้นที่ โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร ตั้งอยู่ ณ ตำบลเทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เพื่อเตรียมการรับเสด็จ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเยี่ยมชมกิจการเครือฯ เป็นการส่วนพระองค์

report-1802-001

 

    ในโอกาสนี้ท่านประธานธนินท์และคณะผู้บริหารเครือฯ ได้สัมผัสกับโครงการเกษตรทันสมัย ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่ริเริ่มโดยท่านประธานธนินท์ ซึ่งท่านให้เรียกชื่อว่าศูนย์เรียนรู้เกษตรทันสมัย ข้าว-ปลา-ปาล์ม ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณติดกับหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร

เพื่อรองรับการเกษตรอนาคต
     ศูนย์ฯ แห่งนี้ถือกำเนิดมาจากแนวความคิดของท่านประธานธนินท์ที่สั่งสมประสบการณ์จาก การอยู่ในภาคธุรกิจการเกษตร จากการศึกษาปัญหาธุรกิจข้าวของประเทศไทยรวมทั้งการได้เห็นรูปแบบแนวทางการ ปลูกข้าวจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะในประเทศจีน ท่านประธานธนินท์จึงมอบหมายให้ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ได้นำแนวคิดไปสู่ภาคปฏิบัติ โดยเริ่มโครงการในปี 2556 ภายใต้แนวคิด     การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพคือ มีการจัดการพื้นที่ การจัดการน้ำเพื่อการเกษตรแบบประหยัดพลังงาน การปลูกข้าวเป็นพืชหลัก ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ใช้เครื่องจักรเพื่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับเกษตรกรรมอื่นๆ อาทิ ปลูกปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เลี้ยงปลา กุ้งก้ามกราม เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกษตรชนิดเดียว ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้หลากหลาย ต่อเนื่องตลอดปี

ทั้งนี้ทาง กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ได้จัดรูปที่ดินจำนวน 290 ไร่ แบ่งออกเป็น
– พื้นที่เก็บสำรองน้ำและชลประทานภายในโครงการ 24 ไร่ เก็บน้ำได้ 145,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมเลี้ยงปลาเพื่อสร้างรายได้

– พื้นที่สำรองน้ำและอนุบาลลูกปลา ลูกกุ้ง ขนาด 2 ไร่ 3 บ่อ ปริมาณน้ำบ่อละ 12,000 ลูกบาศก์เมตร รวม 36,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่ออนุบาลไว้ 2 เดือนก่อนปล่อย

– พื้นที่ปลูกข้าว 4 แปลง รวม 136 ไร่ แต่ละแปลงมีขนาด 90 X 600 เมตร หรือแปลงละ 34 ไร่ ออกแบบให้รถเก็บเกี่ยวขนาดหน้ากว้าง 3 เมตร วิ่ง 15 รอบ เก็บเกี่ยวหมดแปลงพอดี

– พื้นที่เลี้ยงปลานิลและกุ้งก้ามกราม รอบแปลงข้าว ในลักษณะขาวัง คือ ช่วงบนกว้าง 9.6 เมตร ช่วงล่างกว้าง 6 เมตร ความลึก 1.5 – 2 เมตร พื้นที่รวม 9 ไร่ ปริมาณน้ำบ่อละ 28,800 ลูกบาศก์เมตร

– พื้นที่ถนน กว้าง 12 เมตร สูงจากระดับแปลงนา 2 เมตร เพื่อเป็นคันนา ที่สามารถปลูกปาล์มน้ำมันหรือมะพร้าวได้ 2 แถว โดยรถเครื่องจักรการเกษตรเข้าทำงานได้

การ จัดรูปที่ดินมีความต่างระดับ จากพื้นที่เก็บสำรองน้ำ ลงไปทางท้ายแปลงนา เพื่อเพิ่มและลดระดับน้ำในแปลงนาได้ โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงแทนการใช้พลังงาน สามารถปล่อยน้ำเข้าท่วมต้นข้าวได้ภายใน 4 – 6 ชั่วโมง

report-1802-002

ด้วยการวางแผนบริหารจัดการอย่างลงตัวระหว่างการปลูกข้าว เลี้ยงปลา และเลี้ยงกุ้งหลังจากปักดำข้าวพันธุ์ CP333 ประมาณ 7 วัน จะเริ่มปล่อยลูกปลานิล จำนวน 400,000 ตัว และลูกกุ้งก้ามกรามตัวผู้ จำนวน 400,000 ตัว จากบ่ออนุบาล ลงเลี้ยงในแปลงข้าว ทั้ง 4 แปลง ระหว่างที่ต้นข้าวกำลังเจริญเติบโต ระดับน้ำเลี้ยงต้นข้าวจะสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร หากมีแมลงระบาดในนาข้าว จะเพิ่มระดับน้ำให้สูงท่วมต้นข้าวเพื่อให้แมลงตายลอยน้ำ และปลามากินแมลง จากนั้นไม่เกิน 4-6 ชั่วโมง จะปล่อยน้ำออกให้อยู่ในระดับเดิม แมลงศัตรูข้าวจึงถูกกำจัดโดยไม่ต้องใช้สารเคมี

เมื่อ ถึงระยะการเก็บเกี่ยวข้าว หรือประมาณ 4 เดือน จะลดระดับน้ำบนแปลงนา คงเหลือไว้เฉพาะคูน้ำโดยรอบ เพื่อให้เครื่องจักรลงเก็บเกี่ยวได้ เมื่อการเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ จะปล่อยน้ำเข้าท่วมแปลงทั้งหมด ความสูงน้ำประมาณ 120 เซนติเมตรจากระดับแปลงนา เพื่อให้ปลาและกุ้งเจริญเติบโตต่อเนื่องไปอีก 2 เดือน

วิธีการเช่นนี้ ยังช่วยตัดวงจรโรคและแมลงได้ในส่วนของแนวถนนหรือคันนา ปลูกปาล์มน้ำมัน ลูกผสม CP Super Ghana ระยะปลูก 8 เมตร จำนวน 600 ต้น มะพร้าวลูกผสม ชุมพร2 และลูกผสม สวี1 ระยะปลูก 6 เมตร จำนวน 900 ต้น โดยใช้ระบบให้น้ำและธาตุอาหารแบบสปริงเกอร์

ทั้งปาล์มและมะพร้าวเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 4 อายุเก็บเกี่ยว 20 ปี

รูป แบบดังกล่าว จะสามารถปลูกข้าว ร่วมกับการเลี้ยงปลาและกุ้งก้ามกรามได้ ปีละ 12 รอบ และเมื่อต้นปาล์มน้ำมันและมะพร้าว อายุปลูกครบ 4 ปี สามารถเก็บเกี่ยวปาล์ม ได้เฉลี่ย 15 วัน/ครั้ง และ มะพร้าว เฉลี่ย 20 วัน /ครั้ง

ซึ่งเมื่อหักต้นทุนการผลิตแต่ละชนิด ประมาณการว่า ในแต่ละปี พื้นที่ 1 ไร่ สามารถสร้างรายได้จาก
ข้าว 10,500 บาท
ปลานิล 14,500 บาท
กุ้งก้ามกราม 17,100 บาท
ปาล์มน้ำมัน 7,200 บาท ( เริ่มปีที่ 4)
และมะพร้าว 6,700 บาท ( เริ่มปีที่ 4 )
หรือรวมรายได้จากผลผลิตต่างๆ ประมาณไร่ละ 56,000 บาท / ปี

ปัจจุบัน ศูนย์เรียนรู้เกษตรทันสมัย ข้าว-ปลา-ปาล์ม เริ่มดำเนินการเกษตรตามแผนงาน ซึ่งคาดว่าศูนย์แห่งนี้ จะสามารถเป็นแปลงสาธิตการทำเกษตรทันสมัย เป็นแหล่งทดลองปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสานพึ่งพาซึ่งกันและกัน และเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรและผู้สนใจศึกษาดูงาน เพื่อนำสู่การพัฒนาต่อยอดให้ภาคการเกษตรของไทยมั่นคง และก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป.

report-1802-004

report-1802-005

admin
No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.