Select Product By Category

Populate the sidearea with useful widgets. It’s simple to add images, categories, latest post, social media icon links, tag clouds, and more.
[email protected]
Phone: 0-2675-9411 FAX: (02) 675-9674

Author: admin

ผมเคยกล่าวไปแล้วว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท TAKII Seed Co., Ltd. มาตั้งแต่สมัยคุณพ่อแล้ว และเมื่อผมเข้ามารับช่วงบริหารงานเครือฯ ก็ได้มีความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น ในปีพ.ศ. 2515 โรงชำแหละไก่แห่งแรกที่บางนานำเข้าเครื่องแช่แข็งจากบริษัทคู่ค้าในประเทศญี่ปุ่น ในปีต่อมา เครือเจริญโภคภัณฑ์เริ่มส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งไปญี่ปุ่น โดยผ่านบริษัท Itoman Corporation (ปัจจุบันคือบริษัท Sumikin Bussan) เมื่อเห็นความสำเร็จของเครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัทอื่นๆ ในประเทศไทยก็เริ่มลงทุนทำธุรกิจเลี้ยงไก่อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ช่วงหนึ่ง ญี่ปุ่นนำเข้าเนื้อไก่สดแช่แข็งจากประเทศไทยถึงร้อยละ 30 ของเนื้อไก่สดแช่แข็งที่นำเข้าทั้งหมด แต่น่าเสียดายที่ในปีพ.ศ. 2547 เกิดไข้หวัดนกระบาดเข้ามายังประเทศไทย ทำให้ไทยไม่สามารถส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งได้จนถึงปีพ.ศ. 2556 โชคดีที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทที่ผลิตอาหารและเครือข่ายธุรกิจร้านอาหาร (Chain Restaurant) ของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2530 ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนจากการส่งออกเนื้อไก่สดแปรรูปมาเป็นส่งออกอาหารแปรรูปปรุงสุก โดยปัจจุบันปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ของเครือฯ ไปยังญี่ปุ่นคิดเป็นร้อยละ 20 ของปริมาณการส่งออกทั้งหมดของเครือฯ นอกจากญี่ปุ่น ผมยังมีโอกาสเดินทางไปไต้หวันบ่อยครั้ง โดยครั้งแรกคือตอนต้นทศวรรษ 2500 ระหว่างการเดินทางไปญี่ปุ่น สมัยนั้นสนามบินไต้หวันมีรถแท็กซี่น้อยมาก เพื่อนของพี่ชายผมขับรถยนต์ยี่ห้อโฟล์คมารับที่สนามบิน ซึ่งเป็นคุณลักษณะหนึ่งของชาวจีนโพ้นทะเลที่มักจะมีคนรู้จักในหลายประเทศทั่วโลก และด้วยความช่วยเหลือของคนจากหลายวงการ ผมจึงได้เปิดโรงงานอาหารสัตว์แห่งแรกที่ไต้หวันในปีพ.ศ. 2510 ผมเคยเรียนหนังสือที่ซัวเถาและสามารถพูดภาษาจีนแต้จิ๋วได้ แต่ยังพูดภาษาจีนกลางซึ่งเป็นภาษาจีนมาตรฐานไม่ค่อยดีนัก ระหว่างที่ได้ติดต่องานกับคนไต้หวัน ทำให้ภาษาจีนกลางของผมพัฒนาดีขึ้นเป็นลำดับจนสามารถสื่อสารได้คล่อง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในภายหลัง ต่อมากิจการที่ไต้หวันได้พัฒนาไปสู่ธุรกิจเลี้ยงไก่และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารจากเนื้อสัตว์ ขณะที่บริษัทซึ่งจดทะเบียนในท้องถิ่นก็เปลี่ยนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันด้วย ฮ่องกงเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของเครือเจริญโภคภัณฑ์มานาน โดยในปลายทศวรรษ 2490 เครือฯ ได้เข้าไปตั้งบริษัทอาหารสัตว์และบริษัทนำเข้าไข่ไก่ พอมาถึงทศวรรษ 2510 ก็ได้สร้างโรงงานอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังได้ตั้งบริษัทลูกของเครือฯ ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้ง (holding...

Read More

สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ ทำให้เกษตรกรเชื่อมั่นในรูปแบบการเลี้ยง ในปีพ.ศ. 2513 ผมนำเข้าไก่เนื้อจากบริษัท อาร์เบอร์ เอเคอร์ส ของสหรัฐอเมริกา ไก่เนื้อจำเป็นต้องมีคนเลี้ยง บริษัทอาหารสัตว์เซ็นสัญญากับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ ให้เกษตรกรเป็นผู้เลี้ยง เมื่อไก่โตได้น้ำหนักที่ตกลงกันไว้แล้วบริษัทจึงรับซื้อกลับไป ที่สหรัฐฯ รูปแบบการเลี้ยงแบบนี้แพร่หลายมากแล้ว ผมจึงตัดสินใจนำรูปแบบธุรกิจนี้จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาในประเทศไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ใช้รูปแบบการบริหารที่บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เราสัญญาจะช่วยผู้เลี้ยงไก่กู้เงินจากธนาคาร แนะนำการสร้างฟาร์มเลี้ยงไก่ จัดหาอาหารที่ใช้เลี้ยงไก่และวัคซีนป้องกันโรคให้เกษตรกร รวมถึงส่งสัตวแพทย์เข้าไปให้บริการด้วย ในช่วงแรกเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไม่เชื่อเลยว่าจะมีบริษัทที่ดีขนาดนี้ ไม่ว่าราคาตลาดอยู่ที่เท่าไร ซีพีจะรับซื้อตามราคาที่ระบุไว้ในสัญญาเมื่อไก่โต ผมไปตามบ้านของเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ ค่อยๆ อธิบายให้พวกเขาเข้าใจ ในที่สุดก็มีเกษตรกรเลี้ยงไก่รายหนึ่งในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ตกลงเซ็นสัญญากับเรา จนกระทั่งปีพ.ศ. 2518 เริ่มมีการเลี้ยงไก่เนื้อในปริมาณมาก กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไก่ที่เคยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เมื่อเห็นว่ามีผู้หันมาเลี้ยงไก่ในรูปแบบที่เครือเจริญโภคภัณฑ์แนะนำ ก็ค่อยๆ มีเกษตรกรรายอื่นๆ ทยอยเลี้ยงตามกันมา ต้นปีพ.ศ. 2516 เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้สร้างโรงฟักไข่เพื่อส่งลูกไก่เนื้อจำนวนมากให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ ขณะเดียวกันก็ได้สร้างโรงงานอาหารสัตว์ โรงเชือด และโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ที่บางนาซึ่งเป็นเขตชานเมืองของกรุงเทพฯ เมื่อไก่มีขนาดเท่ากันก็สามารถทำการแปรรูปขั้นต้นด้วยเครื่องถอนขนไก่ได้ การแปรรูปเนื้อไก่ด้วยระบบอัตโนมัติที่เคยเป็นปัญหาค้างคามาหลายปีก็ได้รับการแก้ไขในที่สุด เมื่อเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้สร้างโรงงานอาหารสัตว์ขึ้นเองแล้ว ก็สามารถผลิตอาหารสัตว์ให้พอเพียงกับการใช้งานได้ นอกจากนี้ยังจัดตั้งบริษัทก่อสร้างฟาร์มไก่ และบริษัทขนส่งไก่อีกด้วย เครือฯ ได้สร้างระบบการผลิตแบบครบวงจรในประเทศไทย กล่าวคือ ตั้งแต่อาหารสัตว์ที่เป็นต้นน้ำ จนถึงการแปรรูปเนื้อไก่ที่เป็นปลายน้ำ ในช่วงต้น เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ที่เซ็นสัญญากับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอศรีราชา ในปีพ.ศ. 2520 เครือฯ จึงได้ลงทุนสร้างโรงงานอาหารสัตว์ในอำเภอศรีราชาขึ้น และภายหลังเครือฯ ยังได้จัดรวมเอาทุกห่วงโซ่การผลิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบถ้วน เพื่อสร้างระบบการผลิตแบบครบวงจร กล่าวคือ นำโรงงานอาหารสัตว์โรงฟักไข่ ฟาร์มเลี้ยงไก่ โรงเชือดและโรงงานแปรรูปมาไว้ในบริเวณเดียวกัน ลูกไก่ที่ได้จากการฟักแล้วจะถูกส่งไปฟาร์มเลี้ยงไก่ที่อยู่ใกล้เคียง อาหารสัตว์ก็จะส่งมาจากโรงงานที่อยู่ไม่ห่างกันนัก หลังจากที่ไก่โตแล้ว...

Read More

ผมมีปัญหาหนึ่งข้อที่จำเป็นต้องแก้ไขนั่นก็คือ ทำให้ขนาดของไก่เนื้อเท่ากัน ในช่วงที่ผมทำงานที่สหพันธ์สหกรณ์ค้าไข่แห่งประเทศไทย ผมเคยคิดจะนำเครื่องจักรเข้ามาใช้ ทำให้การแปรรูปถอนขนไก่เนื้อเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด แต่ก็ทำไม่สำเร็จ สาเหตุก็เนื่องมาจากขนาดของไก่พื้นเมืองของประเทศไทยนั้นไม่เท่ากัน ดร.ชำนาญ ยุวบูรณ์ ซึ่งเคยเป็นประธานสหกรณ์ค้าไข่แห่งประเทศไทย เคยชี้แนะผมว่า “ควรจะเลี้ยงไก่เนื้อให้มีขนาดเท่ากัน”สมัยนั้นสหรัฐอเมริกามีการเลี้ยงไก่เนื้อที่มีขนาดเท่ากันอย่างแพร่หลาย โดยได้มาจากการผสมและพัฒนาไก่พันธุ์ ลูกไก่ที่ได้รับการผสมแล้ว ใช้เวลาในการเลี้ยงให้โตเพียง 8 สัปดาห์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีน้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัมเท่าๆ กันอีกด้วย ผมเป็นลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารเชสแมนฮัตตัน (Chase Manhattan Bank) ของสหรัฐอเมริกา (ปัจจุบันคือเจพีมอร์แกนเชส : J.P. Morgan Chase) ธนาคารแห่งนี้เป็นผู้ดูแลงบบัญชีนำเข้าและส่งออกของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ธนาคารเชสแมนฮัตตันแนะนำให้ผมรู้จักกับบริษัท อาร์เบอร์ เอเคอร์ส (Arbor Acres) ซึ่งเป็นบริษัทไก่พันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ อาร์เบอร์ เอเคอร์ส กับธนาคารเชสแมนฮัตตันมีความเกี่ยวข้องกัน ประธานของธนาคารเชสแมนฮัตตันในสมัยนั้นคือ David Rockefeller ซึ่งเป็นหลานชายของ John D. Rockefeller ราชาค้าน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ส่วนพี่ชายของ David Rockefeller ก็คือ Nelson Rockefeller เป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดี Gerald Ford (สิงหาคม พ.ศ. 2517-มกราคม พ.ศ. 2520) และเป็นนักธุรกิจ ซึ่ง Nelson Rockefeller...

Read More
a

บริษัทของเราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมตระหนักว่า ถึงเวลาแล้วที่เครือเจริญโภคภัณฑ์จะต้องเปลี่ยนจากกิจการครอบครัวไปสู่กิจการที่บริหารโดยบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพ ผมตัดสินใจเชิญบุคลากรที่มีความสามารถจากภายนอกมาช่วยบริหารงานแทนคนในครอบครัว เพราะผู้ที่ไม่มีความชำนาญในการบริหารธุรกิจ ในไม่ช้าก็อาจจะตามการพัฒนาของโลกธุรกิจไม่ทัน ผมทำเช่นนี้ก็เพื่อจะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างญาติพี่น้องที่อาจกระทบต่อกิจการในอนาคต ถึงแม้ว่าญาติพี่น้องในรุ่นคุณพ่อและรุ่นของผมจะร่วมมือร่วมใจกันสร้างบริษัทจนเติบใหญ่ แต่คุณพ่อก็ยังคงเป็นห่วงว่าจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นภายในครอบครัว คุณพ่อจึงขอให้ลูกๆ แยกออกไปอยู่ต่างหากหลังจากที่แต่งงานแล้ว โดยไม่อนุญาตให้อาศัยอยู่ในบ้านต่อ คุณพ่อเคยกล่าวว่า “ไม่ว่าพี่น้องจะปรองดองกันมากเท่าใด เพียงแต่เมื่อมีสะใภ้เข้ามาในบ้านแล้ว พี่น้องก็อาจจะมีปากเสียงกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้” ในบรรดาธุรกิจของชาวจีนโพ้นทะเล มีจำนวนไม่น้อยที่ลูกหลานรุ่นที่ 2 และ 3 ยังคงเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานของกิจการครอบครัว แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ครอบครัวแตกแยกกัน จนทำให้ธุรกิจล่มสลายไปด้วย ผมตัดสินใจยกเลิกระบบบริหารงานแบบครอบครัว โดยบอกกล่าวกับบรรดาพี่สาวที่ทำงานในบริษัทว่า “ผมจะให้ผลตอบแทนและสวัสดิการที่ดีกว่างานที่พี่ๆ ทำอยู่ พี่จะได้พักผ่อนและมีความสุขกับการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่” และขอให้พี่สาวออกจากงานที่บริษัท ความลำบากใจที่สุดคือการบอกกับพี่สะใภ้คนโต ซึ่งท่านเป็นคนดีมาก ไม่เห็นแก่ตัว หลังจากที่ท่านประธานจรัญก่อตั้งธุรกิจอาหารสัตว์แล้ว พี่สะใภ้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบงานด้านบัญชีมาโดยตลอด ผมลำบากใจที่ต้องขอให้พี่สะใภ้ออกจากงาน แต่เพื่อบริษัท ผมจำเป็นต้องตัดสินใจแบบนั้น ผมพูดกับพี่สะใภ้ว่า “ไม่ว่าพี่จะเสียสละ อุทิศตนเองให้บริษัทเพียงใด คนอื่นก็อาจยังมีความเคลือบแคลงสงสัย เพราะพี่เป็นภรรยาของประธานบริษัท” ผมค่อยๆ พูดเกลี้ยกล่อมให้คนในครอบครัวออกจากงานบริหาร และเปลี่ยนให้คนหนุ่มสาวที่มีความสามารถเฉพาะด้านมาทำงานแทน ผมยังตั้งกฎขึ้นมาอีกข้อหนึ่งนั่นคือ ไม่ให้ลูกหลานของตระกูลเข้ามาบริหารธุรกิจเกษตร ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท และแน่นอนว่าหมายรวมถึงลูกชายของผมด้วย ธุรกิจของบริษัทจะพัฒนาเติบโตไปอย่างราบรื่น ก็เพราะมีทีมงานที่มีศักยภาพสูง ถ้าให้ลูกหลานในตระกูลเข้าไปบริหาร ไม่ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน ก็อาจไม่เป็นที่ยอมรับจากทุกคน ก่อนที่ลูกหลานของตระกูลจะเข้ามาทำงานในบริษัท ทีมงานของบริษัทได้บริหารกิจการจนประสบความสำเร็จมากแล้ว ถ้าให้ลูกหลานในตระกูลเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหาร จะทำให้ทุกคนรู้สึกว่าสูญเสียโอกาสในการเติบโตก้าวหน้า ทำให้พวกเขารู้สึกว่าไม่มีอนาคต นอกจากจะทำให้บุคลากรที่มีความสามารถต้องจากบริษัทไปแล้ว ยังจะส่งผลเสียต่อระบบการพัฒนาบุคลากรในด้านการพัฒนาคนที่จะขึ้นมาทดแทนเป็นรุ่นๆ ไป ผมไม่เคยเรียนด้านเศรษฐศาสตร์ แต่จากประสบการณ์การทำงานจริง ผมตระหนักอย่างเด่นชัดว่า การถือหุ้นกับการบริหารควรแยกออกจากกัน ผู้บริหารมีหน้าที่สร้างผลกำไรแก่บริษัทด้วยความรู้แบบมืออาชีพ ส่วนผู้ถือหุ้นก็ควรยินดีกับผลตอบแทนที่มาจากกำไร ไม่ควรให้ผู้ถือหุ้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหาร มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดความวุ่นวายและอาจทำให้ประสิทธิภาพในการบริหารลดลง ผมให้สมาชิกในครอบครัวเป็นผู้ถือหุ้น...

Read More

ตอนอายุ 20 ต้นๆ ชีวิตผมก็ราบรื่นดี ผมได้บริหารงานส่งออกไข่ไก่ที่สหพันธ์สหกรณ์ค้าไข่แห่งประเทศไทย สมัยนั้นญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป มีการใช้เครื่องถอนขนไก่แล้ว รัฐบาลไทยก็ได้ซื้อเครื่องจักรนี้มาจากเดนมาร์ก อย่างไรก็ตาม เครื่องจักรนี้ก็ยังใช้ไม่ได้ เพราะไก่เนื้อมีขนาดไม่เท่ากัน เครื่องถอนขนไก่ของญี่ปุ่นแตกต่างกับเครื่องของยุโรปและอเมริกา ราวทศวรรษ 2500 ผมถูกส่งไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นที่รับผิดชอบงานต้อนรับ เมื่อเห็นว่ารัฐบาลไทยส่งเด็กหนุ่มอายุ 21 ปี อย่างผมมาดูงาน ก็ถึงกับประหลาดใจ แม้ขณะนั้นเทคโนโลยีแปรรูปไก่ของญี่ปุ่นยังไม่ทันสมัยมากนัก แต่ผมก็จองซื้อเครื่องถอนขนไก่จำนวน 16 เครื่องกลับประเทศไทยดร.ชำนาญ ยุวบูรณ์ ซึ่งเป็นประธานสหกรณ์ได้ชี้แนะว่า “มีแค่เครื่องจักรอย่างเดียว ยังไม่สามารถจัดการแบบอัตโนมัติได้ เพราะขนาดของไก่ต้องเท่ากันด้วยถึงจะใช้การได้” ไก่เนื้อในประเทศไทยทั้งหมดเป็นไก่พันธุ์พื้นเมืองที่เกษตรกรเลี้ยงแบบปล่อย ทั้งขนาดและอายุของไก่ก็แตกต่างกัน “ทำอย่างไรถึงจะเลี้ยงไก่เนื้อออกมาให้ได้ขนาดเท่ากัน” ปัญหาใหญ่ข้อนี้เป็นปัญหาที่สหกรณ์ยังคงแก้ไขไม่ได้ ภายหลังเมื่อผมได้ทำงานที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผมได้แก้ไขปัญหานี้ได้สำเร็จ ทำให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ซึ่งเราจะพูดกันในช่วงหลัง ผมแต่งงานตอนอายุ 23 ปี ซึ่งตอนนั้นกำลังประสบความสำเร็จในชีวิต เมื่อผมตั้งใจจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มกำลัง ความโชคร้ายก็มาเยือน ในช่วงทศวรรษ 2500 ประเทศจีนและอดีตสหภาพโซเวียตซึ่งต่างก็เป็นประเทศสังคมนิยม เกิดข้อขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จากการที่จีนวิพากษ์วิจารณ์สหภาพโซเวียตว่าเป็นลัทธิแก้ (Revisionism : ประเทศสังคมนิยมที่เบี่ยงเบนตัวเองออกจากแนวทางของระบอบคอมมิวนิสต์ดั้งเดิมแล้วเดินไปเข้าสู่ระบอบทุนนิยม) ทำให้สหภาพโซเวียตไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงยุติความช่วยเหลือที่ให้แก่จีน โดยจีนต้องชำระหนี้คืนให้สหภาพโซเวียตก่อนกำหนด ตอนนั้นเศรษฐกิจจีนล่มสลายลง ต้องส่งออกสินค้าเพื่อหาเงินมาชำระหนี้ แต่จีนยังขาดผลผลิตทางด้านอุตสาหกรรมที่จะส่งออก จึงเน้นส่งออกผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งก่อนเกิดกรณีพิพาท จีนส่งออกเนื้อหมูจำนวนมากไปยังสหภาพโซเวียตจนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเนื้อหมูในฮ่องกง แต่ภายหลังเมื่อจีนได้หันมาส่งออกยังฮ่องกงเป็นหลัก และส่งออกผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาเนื้อหมูและไข่ไก่ตกต่ำอย่างหนัก ไข่ไก่ที่สหกรณ์ขายไปฮ่องกงจึงประสบภาวะขาดทุน สภาพเงินทุนของเราตกต่ำ เดิมทีสหกรณ์เป็นองค์กรที่มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่ ซึ่งเกษตรกรเหล่านั้นไม่ได้มีเงินมากมาย ผมพยายามคิดหาวิธีแก้ปัญหาและปรับปรุงการบริหารงานอย่างเต็มที่แต่ก็ยากจะแก้ไข...

Read More

เมื่อกลับมากรุงเทพฯ ผมได้เข้ามาช่วยพี่ชาย 2 คนทำงาน ทำให้มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ พอดีตอนนั้นท่านประธานมนตรี ซึ่งเป็นพี่ชายคนที่ 2 ของผม ได้ร่วมมือกับผู้ส่งออกรายหนึ่ง ทำธุรกิจส่งออกหมูไปฮ่องกง ท่านประธานมนตรีมอบหมายหน้าที่สำคัญ คือ การขนส่งหมูทางเรือให้ผมรับผิดชอบ เรือ 1 ลำ สามารถขนส่งหมูได้ครั้งละ 2,000-3,000 ตัว ซึ่งงานในสถานที่ที่ใช้ลำเลียงหมูนั้นรีบเร่งและยุ่งวุ่นวายมาก หมู 2,000-3,000 ตัว บนเรือจะเบียดกันไปมาในที่แคบๆ ใบมะพร้าวถูกนำมาใช้บังฝนบังลม ทุกครั้งเมื่อเรือเดินทางถึงฮ่องกง จะมีหมูตายเป็นจำนวนมาก เพื่อลดจำนวนการตายของหมู พี่ชายของผมจึงเสนอกับผมว่า ถ้าหมูตายน้อยลง 1 ตัว จะให้เงินรางวัลผม 100 บาท ดังนั้นถ้าหมูตายน้อยลงสัก 10 ตัว ผมก็จะได้เงิน 1,000 บาท สมัยนั้นถ้ามีเงินสัก 300 บาท ก็สามารถไปรับประทานอาหารในภัตตาคารที่หรูหราที่สุดของฮ่องกงได้แล้ว แถมยังมีเงินเหลืออีกมากด้วย หลังจากที่ผมได้สังเกตอย่างละเอียดแล้วก็พบว่า จำนวนหมูที่ตายมีความสัมพันธ์อย่างมากกับการโคลงเคลงของเรือ การที่หัวเรือกระทบกับเกลียวคลื่นโดยตรง และโคลงเคลงอย่างแรง จึงทำให้หมูที่อยู่ในพื้นที่แคบๆ ชนกระแทกกันได้ง่ายมาก ซึ่งสาเหตุอาจมาจากทิศทางของลม แต่ถ้าจัดวางหมูไว้ช่วงกลางลำเรือในช่วงฤดูร้อน (พฤษภาคม-กันยายน) และจัดวางหมูไว้ช่วงท้ายเรือในฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) หมูจะตายน้อยลง ผมจึงเสนอกับหัวหน้าที่ดูแลเรื่องงานลำเลียงสินค้าที่ท่าเรือว่า ถ้าหมูตายลดลง 1 ตัว ผมจะให้เงินเขา 20 บาท หัวหน้างานยินดีรับข้อเสนอของผม...

Read More

หลังจากที่ผมกลับเมืองไทย ผมจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทย ชื่อภาษาจีนของผม “เจี่ยก๊กหมิน” เป็นชื่อที่คุณพ่อของผมตั้งให้ โดยออกเสียงตามภาษาจีนแต้จิ๋ว (ในภาษาจีนกลาง อ่านว่า “เซี่ยกั๋วหมิน”) ตอนที่ผมเดินทางจากฮ่องกงเพื่อกลับเมืองไทย ผมใช้หนังสือเดินทางที่มีชื่อภาษาจีนอยู่ ตอนนั้นประเทศจีนปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ รัฐบาลไทยต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์จีน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศไม่ค่อยดีนัก “ธนินท์” เป็นชื่อไทยของผม ซึ่งมีข้าราชการในกองงานคนต่างด้าวช่วยตั้งให้ ผมไม่เข้าใจความหมายของชื่อ แต่ฟังแล้วไพเราะดี จึงตกลง ภายหลังก็ใช้ชื่อนี้มาโดยตลอด ชื่อไทยของผมจึงเป็นชื่อที่ผมไม่ได้ตั้งใจสรรหามา แต่ได้มาจากข้าราชการท่านนั้น “เจียรวนนท์” นามสกุลภาษาไทยของผมนี้ แรกเริ่มผมใช้ตามพี่ชายคือ ท่านประธานสุเมธ สมัยนั้นตอนที่ท่านประธานสุเมธกลับประเทศไทย ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้ชื่อภาษาไทยเช่นกัน ภายหลังผมก็ใช้นามสกุลนี้ตามท่าน ตอนที่ผมเรียนอยู่ที่ฮ่องกงและกวางเจานั้น คุณพ่อได้ขยายกิจการไปมากแล้ว ร้านเจียไต๋จึง ซึ่งเป็นร้านขายเมล็ดพันธุ์ที่คุณอาของผมดูแล ขยายร้านออกไปจนเป็นร้านค้าใหญ่ นอกจากขายเมล็ดพันธุ์แล้ว เรายังเริ่มขายปุ๋ยและยาฆ่าแมลงด้วย หลังจากที่ท่านประธานจรัญและท่านประธานมนตรีเรียนจบจากเสฉวน ก็กลับมากรุงเทพฯ เพื่อช่วยกิจการของที่บ้าน ในปีพ.ศ. 2496 ท่านประธานจรัญได้เริ่มทำธุรกิจอาหารสัตว์ โดยท่านตั้งใจขยายกิจการออกไปเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตรเป็นหลัก และตั้งชื่อบริษัทว่า “เจริญโภคภัณฑ์” หรือเรียกย่อๆ ภาษาอังกฤษว่า CP “เจริญโภคภัณฑ์ เป็นชื่อที่คุณพ่อบุญธรรมของพี่สะใภ้ผม ซึ่งเป็นนายทหารตั้งขึ้น เจริญ” หมายถึง เติบโต รุ่งเรือง และ“โภคภัณฑ์”หมายถึง สินค้าบริโภค ร้านเจียไต๋จึง ในยุคเริ่มแรก จนถึงปัจจุบันก็ยังใช้ชื่อเจียไต๋อยู่ และภายหลังเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ขยายกิจการไปยังประเทศจีน เราจึงใช้ชื่อ “เจิ้งต้า” (ภาษาจีนกลางของคำว่า เจียไต๋) เป็นชื่อบริษัทในประเทศจีน ช่วงปลายทศวรรษพ.ศ. 2500 ร้านเจริญโภคภัณฑ์ ได้ขยายกิจการไปเป็นธุรกิจขนาดกลาง ผมเริ่มช่วยพี่ชายบริหารส่วนงานอาหารสัตว์ อาหารสัตว์ที่บริษัทขายในตอนนั้นเน้นขายอาหารเลี้ยงไก่...

Read More

ผมอยู่ฮ่องกงจนอายุ 17 ปี ผมจะอ่านหนังสือทุกวัน นอกจากอ่านหนังสือแล้วก็ดูหนัง ผมฝันตั้งแต่เด็กว่าจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เพื่อนของผมคนหนึ่งมีพี่ชายเป็นดารา อายุของเขาประมาณ 18-19 ปี เพราะมีพี่ของเพื่อนที่เป็นดารา ผมจึงมีโอกาสได้เข้าไปดูโรงถ่ายภาพยนตร์ มีโอกาสสังเกตว่าเขาถ่ายทำกันอย่างไร และในตอนนั้นผมตั้งใจจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์จริงๆ ฮ่องกงในช่วงราวทศวรรษพ.ศ. 2490 ยังไม่ได้เจริญเหมือนทุกวันนี้ บนท้องถนนมีรถยนต์น้อยมาก คนจีนที่อพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ก็มีจำนวนมาก คนยากจนมักอาศัยในบ้านสังกะสีตามเชิงเขา คนรวยที่เคยอยู่ฮ่องกงย้ายออกไป ภายหลังฮ่องกงจึงค่อยๆเจริญขึ้นมา ตอนที่ผมเรียนอยู่ที่ฮ่องกง ที่โรงเรียนใช้ภาษาจีนกวางตุ้งและภาษาอังกฤษ โรงเรียนที่ผมเคยเรียนนั้น ปัจจุบันไม่มีแล้ว คุณพ่ออยากให้ผมเรียนที่ฮ่องกง เพราะอยากให้ผมมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดี หลังจากนั้นท่านอยากให้ผมไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ความคิดของคุณพ่อในตอนนั้นคือ อยากให้ผมตั้งใจศึกษาด้านการเกษตรที่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีเกษตรกรรมที่พัฒนาแล้ว จะได้กลับมาช่วยงานที่บ้าน แต่ผมไม่ชอบชีวิตที่ต้องย้ายไปมาบ่อยๆ ผมเรียนภาษาไทยที่โรงเรียนอนุบาลในไทย ย้ายไปเรียนที่จีนเพื่อเรียนภาษาจีน (ภาษาจีนแต้จิ๋ว) แล้วยังย้ายไปกวางเจา เริ่มเรียนภาษาจีนกวางตุ้ง ย้ายมาฮ่องกง เพื่อเรียนภาษาจีนกวางตุ้งและภาษาอังกฤษ ถ้ายังต้องย้ายไปเรียนที่ออสเตรเลีย ผมก็ต้องเริ่มเรียนภาษาอังกฤษด้วยความยากลำบากอีก ตอนที่ย้ายไปเรียนที่ซัวเถา ผมรู้สึกลำบากที่ต้องเริ่มเรียนภาษาจีนใหม่ ถ้าย้ายไปเรียนที่ออสเตรเลียแล้ว ก็ต้องเริ่มเรียนภาษาอังกฤษใหม่ ผมไม่อยากปรับตัวใหม่อีก จึงตัดสินใจไม่ไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ในตอนแรกผมต้องไปเรียนกับน้องสาว สุดท้ายน้องสาวของผมจึงไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียคนเดียว ผมอาศัยอยู่ที่ฮ่องกงจนถึงปลายทศวรรษพ.ศ. 2490 ในตอนนั้นประเทศจีนมีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายเศรษฐกิจอย่างชัดเจน จากเดิมในช่วงเริ่มก่อตั้งชาติในยุคสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศจีนเคยสนับสนุนนักธุรกิจบริษัทเอกชนและต้อนรับชาวจีนโพ้นทะเล แต่ภายหลังมียโยบายแปรเปลี่ยนมาต่อต้านบริษัทเอกชนและระบบเศรษฐกิจทุนนิยม รัฐบาลเริ่มเวรคืนที่ดินของเอกชน และสนับสนุนเกษตรกรรมแบบคอมมูนแทน ด้วยเหตุนี้คุณพ่อซึ่งมีบริษัทและสวนเกษตรที่ซัวเถาจึงกลับกลายเป็นนายทุนและเจ้าของที่ดินที่รัฐบาลต้องการโค่นล้ม แต่ถือว่าคุณพ่อยังโชคดี เดิมทีคุณพ่อไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ แต่คุณพ่อเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร จำเป็นต้องเดินทางมารับการรักษาด้วยการผ่าตัดที่ฮ่องกง คุณพ่อจึงได้ออกจากประเทศจีน ประจวบกับตอนนั้นฮ่องกงตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ จีนไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงการปกครองฮ่องกงได้ ฮ่องกงจึงถือว่าเป็นที่ที่ปลอดภัย คุณพ่อจึงรอดพ้นมาได้ ถ้าวันนั้นคุณพ่อออกจากจีนช้าไปนิดเดียว ท่านอาจไม่มีชีวิตรอดออกมาก็ได้ ภายหลัง...

Read More

ขณะเรียนอยู่ที่ซัวเถา ผมได้พบคุณครูผู้หญิงที่ผมจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต ท่านเป็นคุณครูประจำชั้นตอนผมเรียนที่ซัวเถา คุณครูท่านนั้นชื่อ เฉิน ซือฟู่ ตอนที่ผมมาซัวเถาใหม่ๆ ทุกอย่างรอบตัวแปลกใหม่สำหรับผมไปหมด เพื่อนๆ ก็มีไม่มาก ครูเฉินให้กำลังใจผมเป็นอย่างมาก ผมจำได้ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง ครูเชียร์ผมให้ขึ้นไปพูดบนเวที ผมเลยขึ้นไปเล่านิทานพื้นบ้านของไทย ทุกคนต่างพากันขำขันกับเรื่องที่ผมเล่า ไม่นานผมก็เข้ากับเพื่อนๆ และสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ ตอนนั้นครูเฉินซึ่งจบจากวิทยาลัยครู อายุยังไม่ถึง 30 ปี สามีของครูก็เป็นคุณครู อยู่ที่เมืองกิ๊กเอี๊ยว* ซึ่งอยู่ห่างจากซัวเถาออกไปประมาณ 30 กิโลเมตร มีอยู่ครั้งหนึ่งผมไม่สบาย เลยไม่ได้ไปโรงเรียน ครูเฉินมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาลหลายครั้ง หลังจากผมออกจากโรงพยาบาลแล้ว ครูยังใช้เวลาช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนสอนเสริมให้ผมอีกด้วย ทำให้คุณครูไม่ได้กลับไปเจอครอบครัวที่เมืองกิ๊กเอี๊ยว ครูเฉินรักนักเรียนเหมือนรักลูกของท่านเอง คุณครูอ่อนโยนและใจดีกับนักเรียนทุกคนในห้อง ตอนที่ครูเป็นครูประจำชั้น ครูไม่เคยลางานเลยสักวันเดียว ถึงแม้ว่าคุณครูจะเป็นหวัด ไม่สบาย มีไข้ คุณครูก็ยังมาสอน เวลาครูไม่สบาย นักเรียนอย่างพวกเรามักจะไปบ้านครู ช่วยกันทำความสะอาดบ้านให้ครู ผมยังนำยาที่เอามาจากเมืองไทยไปให้ครูอีกด้วย ครูเฉินเป็นห่วงนักเรียนที่เรียนไม่ดีจะตามเพื่อนในห้องไม่ทัน ครูจึงให้นักเรียนในห้องช่วยกันติวหนังสือ มีนักเรียนบางคนซึ่งที่บ้านยังไม่มีไฟฟ้า ตอนกลางคืนจึงอ่านหนังสือ และทำการบ้านไม่ได้ บ้านของผมค่อนข้างกว้างขวาง ผมจึงรวมกลุ่มเพื่อนๆ มาติวหนังสือที่บ้านในตอนกลางคืน ผมแบ่งหัวข้อการติวให้เพื่อนๆ ผลัดกันมาติว วิธีการนี้ทำให้เพื่อนๆ สนใจการเรียนมากขึ้น ผมยังให้เพื่อนที่คะแนนการเรียนไม่ดีค้างคืนที่บ้านด้วย ตอนเช้าตื่นมาอ่านหนังสือกัน เพื่อนๆ เหล่านั้นเริ่มมีผลการเรียนดีขึ้น สุดท้ายผลคะแนนรวมของชั้นเรียนของผมได้เป็นอันดับ 1 ของโรงเรียน ผมเริ่มเป็นผู้นำตัวน้อยของห้อง ผมยังได้เป็นหัวหน้าการฝึกซ้อมการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลและชักเย่อของโรงเรียนอีกด้วย เพื่อนร่วมชั้นต่างพร้อมใจกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเอาชนะการแข่งขันทั้งสองรายการได้ การรวมกลุ่มเล็กๆ นี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการร่วมพลังสามัคคีกัน...

Read More

ผมเห็นทะเลและนั่งเรือครั้งแรกในชีวิตก็ตอนอายุ 11 ขวบ ผมนั่งเรือขนส่งลำใหญ่จากไทยไปซัวเถา เรือโคลงเคลงไปตามคลื่นทะเล คนจำนวนมากเมาเรือ แต่ผมไม่รู้สึกเมาเรือเลย หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ เรือก็เดินทางถึงบ้านเกิดของคุณพ่อที่ซัวเถา บ้านเกิดของคุณพ่ออยู่ที่หมู่บ้านเผิงจง อำเภอเถ่งไฮ่ ปัจจุบันอยู่ในการปกครองของเมืองซัวเถา คุณพ่อมีบ้านอยู่ที่นั่น ซัวเถาเป็นเมืองท่าเรือการค้า แบบของอาคารบ้านเรือนเป็นตึกแถวที่ติดถนนมีระเบียงแบบ “อาเขต” ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอาคารแบบตะวันตก คือ ถ้าเป็นอาคารสองชั้นจะทำเป็นกึ่งร้านค้ากึ่งที่อยู่อาศัย ชั้นล่างของอาคารจะมีหลังคายื่นออกมาติดต่อเนื่องกันเป็นระยะๆ เพื่อให้มีทางเท้าที่ขนานไปกับถนน ทั้งยังเป็นทางเดินที่มีที่ช่วยบังแดด บังฝนให้คนเดินเท้าอีกด้วย อาคารแบบนี้เป็นเอกลักษณ์ของซัวเถา ผมอาศัยบนชั้น 3 ของอาคาร ตอนนี้อาคารนั้นก็ยังอยู่ แต่ไม่มีคนอาศัยแล้ว สมัยนั้นคุณพ่อของผมมักไม่ค่อยอยู่บ้าน แต่จะไปอยู่ที่สวน ตอนที่ผมอยู่ซัวเถา ไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารเลย เพราะตอนที่อยู่กรุงเทพฯ ผมใช้ภาษาแต้จิ๋วสื่อสารกับคุณแม่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของผมในเรื่องการสื่อสารอยู่ที่ตัวอักษรจีน ตอนผมอยู่ที่กรุงเทพฯ ผมได้เรียนภาษาจีนที่โรงเรียนแรกได้เพียง 1 ปี หลังจากนั้นพอย้ายมาเรียนที่โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัยก็ไม่ได้เรียนภาษาจีน อีก เพราะที่โรงเรียนสอนแต่ภาษาไทย ผมเข้าไปเรียนชั้น ป.4 ที่ซัวเถา ต้องเริ่มเรียนภาษาจีนใหม่ ในสมัยนั้น นักเรียนที่อยู่ในชั้นเดียวกันมีอายุต่างกันมาก สาเหตุเพราะเมื่อเกิดการก่อตั้งชาติจีนใหม่ คนที่ไม่เคยได้เรียนหนังสือแต่มีอายุมากแล้ว ก็มีโอกาสได้เรียนหนังสืออีกครั้ง ประกอบกับมีลูกหลานชาวจีนอีกจำนวนไม่น้อยที่ได้กลับมาเรียนที่ซัวเถา เด็กๆ เลยถูกมาเรียนรวมกัน ตอนนั้นผมก็ถือว่าอายุมากในชั้นเรียนเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ใช่เด็กโตสุด เพื่อนร่วมชั้นบางคนอายุมากกว่า 15 ปี ผมไม่อยากให้เพื่อนๆ ล้อ จึงตั้งใจเรียนภาษาจีนโดยซื้อพจนานุกรมภาษาแต้จิ๋วมาจากร้านขายหนังสือ และขอยืมหนังสือเรียนของเพื่อน ป.1 และ...

Read More