Select Product By Category

Populate the sidearea with useful widgets. It’s simple to add images, categories, latest post, social media icon links, tag clouds, and more.
[email protected]
Phone: 0-2675-9411 FAX: (02) 675-9674

Author: admin

สุภาษิตจีนที่ว่า “เทียนสือ ตี้ลี่ เหรินเหอ” มีความหมายว่า "ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดภายใต้ความพร้อมของเงื่อนเวลา สถานที่ และบุคคล” เรื่องราวความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์และอิโตชู (Itochu) ช่วยสะท้อนถึงความหมายของสุภาษิตนี้ได้เป็นอย่างดี ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ซื้อหุ้นจำนวน 15.6% ของบริษัท ผิงอันประกันภัย จำกัด (Ping An Insurance (Group) Company of China, Ltd. : บริษัทด้านประกันภัยแห่งแรกและใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศจีน ปัจจุบันแบ่งธุรกิจออกเป็น 3 ด้าน คือ การประกันภัย การธนาคาร และ การลงทุน) การเข้าซื้อหุ้นผิงอันก็เพื่อมุ่งขยายและเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจด้านการเงินของเครือฯ ตอนนั้นมีผู้บริหารที่รับผิดชอบกิจการของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในจีนได้บอกว่าอยากแนะนำคนๆ หนึ่งให้ผมรู้จัก บุคคลที่เขาหมายถึงก็คือ มร. มาซาฮีโร่ โอกาฟูจิ (Mr. Masahiro Okafuji) ประธานของอิโตชู คอร์ปอเรชั่น (Itochu Corporation : บริษัทด้านการค้าชั้นนำของญี่ปุ่น) ผมได้ฟังเรื่องราวตอนที่บริษัทต่างๆ ด้านสิ่งทอในญี่ปุ่นกำลังทยอยเลิกกิจการ แต่ประธานโอกาฟูจิ กลับสามารถทำกำไรในธุรกิจสิ่งทอได้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ทำให้ผมรู้สึกชื่นชมและสนใจประสบการณ์การทำธุรกิจของท่านเป็นอย่างมาก เพียงแต่ตอนนั้น เครือฯ และอิโตชูยังไม่มีความร่วมมือทางธุรกิจกันมากนัก ทั้งสองฝ่ายจึงยังไม่มีโอกาสได้พบปะกัน เวลาผ่านไปครึ่งปี เราไม่ละความพยายามที่จะขอสานสัมพันธ์กับอิโตชูอย่างต่อเนื่อง และจุดเปลี่ยนได้มาถึงในช่วงกลางเดือนตุลาคม...

Read More

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 สหราชอาณาจักรส่งมอบคืนเกาะฮ่องกงสู่ประเทศจีน ผมตอบรับคำเชิญให้เป็นที่ปรึกษาของคณะทำงานบริหารเกาะฮ่องกง และเข้าร่วมทำงานเพื่อเตรียมการส่งมอบอำนาจการปกครองคืนให้เกาะฮ่องกง เช้าตรู่ของวันที่ 1 กรกฎาคม ผมเข้าร่วมพิธีส่งมอบคืนเกาะฮ่องกง ซึ่งมีประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมิน และผู้นำจีนท่านอื่นๆ เข้าร่วมพิธีด้วย ในวันต่อมา คือวันที่ 2 กรกฎาคม ผมเดินทางจากฮ่องกงกลับกรุงเทพฯ พอลงจากเครื่องบินไม่นานก็รู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว จากวิกฤตการณ์ทางการเงิน รัฐบาลไทยขณะนั้นประกาศใช้นโยบายปล่อยค่าเงินบาทลอยตัวทันที จากที่แต่เดิมประเทศไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ โดยอัตราแลกเปลี่ยนถูกกำหนดไว้ที่ 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การค้า การลงทุน และการร่วมทุนระหว่างไทยกับต่างประเทศภายใต้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่จึงไม่ได้รับผลกระทบด้านความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ก่อนการลอยตัวค่าเงินบาท ธุรกิจของไทยอาศัยการกู้เงินจากต่างประเทศในการขยายกิจการให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเงินกู้ไหลเข้าประเทศมาก ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐแข็งเกินจริง เมื่อถึงปีพ.ศ.2539 บัญชีเดินสะพัดของไทยเริ่มขาดดุลชัดเจนยิ่งขึ้น นักเก็งกำไรฉวยโอกาสจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดด้วยการเทขายเงินบาท รัฐบาลรับมือด้วยการขายเงินดอลลาร์และซื้อเงินบาทคืนเพื่อจะปกป้องค่าเงินบาทให้คงที่ หลังจากที่รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ค่าเงินบาทเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐก็ลดฮวบลง ภายในครึ่งปีเงินตราสกุลท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชียถูกเทขาย อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศตกต่ำเป็นประวัติการณ์ และนี่ก็คือวิกฤตการเงินหรือวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียที่ทั่วโลกพูดถึงและต้องจดจำ เดือนมกราคม 2541 ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงไปอยู่ที่ 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ฯ หรือเท่ากับเงินบาทมีมูลค่าลดลง 1 เท่า นั่นหมายความว่าเงินกู้จากต่างประเทศเมื่อคิดเป็นเงินบาทแล้ว ผู้กู้จะมีภาระต้องหาเงินมาชำระหนี้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณทันที ธนาคารต่างประเทศเกรงว่าจะไม่ได้รับชำระเงินกู้คืนจากลูกหนี้แถบภูมิภาคเอเชีย จึงไม่ยอมปล่อยเงินกู้ให้ประเทศในแถบนี้ ไม่เพียงเท่านั้นธนาคารต่างประเทศยังขอให้เครือเจริญโภคภัณฑ์คืนเงินกู้ก่อนกำหนดเวลาชำระอีกด้วย สัญญาเงินกู้ระยะเวลา 5 ปี กลายเป็นโมฆะ มีเพียงไม่กี่ธนาคารเท่านั้นเช่น ธนาคาร...

Read More

เครือเจริญโภคภัณฑ์มีธุรกิจหลัก 3 กลุ่มในประเทศไทยได้แก่ ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจโทรคมนาคม อันที่จริงผมไม่ได้ตั้งใจจะทำธุรกิจโทรคมนาคมตั้งแต่แรก ความหลากหลายทางธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ล้วนแต่พัฒนามาจากพื้นฐานการเกษตร กล่าวคือ อาหารสัตว์ กิจการเลี้ยงไก่ กิจการเลี้ยงหมู ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจโทรคมนาคมเลย จากจุดเริ่มต้นเรื่อยมาจนถึงทศวรรษที่ 2520 กิจการด้านโทรศัพท์ในประเทศของไทยนั้น อยู่ภายใต้การบริหารและให้บริการโดยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเพียงองค์กรเดียวเท่านั้น รูปแบบเช่นนี้มีจุดอ่อนหลายประการ เช่น ประการแรก การที่องค์การโทรศัพท์เป็นผู้ให้บริการรายเดียวจึงส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขยายการใช้งานโทรศัพท์ไปสู่ครัวเรือนที่ทำได้ช้ามาก ประการที่สอง การขอติดตั้งโทรศัพท์ต้องรอคิวนานหลายปี ทั้งหมดนี้ทำให้โทรศัพท์ไม่เป็นที่แพร่หลายในครัวเรือนเท่าที่ควร กระทั่งในปีพ.ศ. 2531 หลังจากประเทศไทยมีการเลือกตั้ง และพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จึงได้เริ่มการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมขึ้น รัฐบาลไทยตัดสินใจเปิดเสรีกิจการโทรคมนาคมให้บริษัทและภาคเอกชนจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนเพื่อส่งเสริมให้มีการใช้โทรศัพท์ในวงกว้าง ซึ่งบริษัทธุรกิจโทรคมนาคมรายใหญ่ๆ ของประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส ต่างก็สนใจเข้ามาร่วมประมูลด้วย สังคมต่างก็คาดหวังให้มีบริษัทของไทยเข้าร่วมประมูลด้วย แต่เนื่องจากการเข้าร่วมประมูลจำเป็นต้องชำระเงินประกันก้อนใหญ่ ซึ่งสมัยนั้นนอกจากบริษัทปูนซิเมนต์ไทยแล้ว ก็มีเพียงเครือเจริญโภคภัณฑ์เท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการเข้าร่วม ภายหลังบริษัทปูนซิเมนต์ไทยได้ถอนตัวไป ผลปรากฎกว่าเครือฯ สามารถชนะการประมูลบริษัทต่างชาติ และได้รับสิทธิ์ในการบริหารกิจการบริการโทรศัพท์พื้นฐานให้กับคนไทยได้ในที่สุด ต่อมาเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ลงทุนในธุรกิจโทรศัพท์ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ถึงแม้ว่าระหว่างนั้นจะมีการเปลี่ยนบริษัทต่างชาติที่มาร่วมลงทุนกับเราบ้าง แต่ก็กล่าวได้ว่านับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2530 เครือฯ ได้มีส่วนปฏิรูปและสร้างคุณูปการให้กับกิจการโทรคมนาคมของประเทศ ทำให้การใช้โทรศัพท์พื้นฐานแพร่หลายในกรุงเทพฯ จากเดิมที่ต้องรอการติดตั้งโทรศัพท์หลายปี ก็สามารถร่นเวลาทำได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 สัปดาห์เท่านั้น ธุรกิจโทรคมนาคมเติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของเครือฯ ภายใต้การบริหารของ True Corporation หรือ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นั่นเอง ในช่วงดังกล่าว เรายังไม่ได้สนใจการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่...

Read More

ช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจแปรรูปอาหารนั้น เนื้อไก่และเนื้อหมูที่ได้รับการแปรรูปขั้นต้นแล้วของเครือเจริญโภคภัณฑ์ จะถูกส่งกระจายออกไปให้ตัวแทนจำหน่าย เช้าวันรุ่งขึ้นสินค้าจะวางจำหน่ายในตลาดสด แต่ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีของประเทศไทยสูงถึง 30 องศา ดังนั้นตลาดสดที่ไม่มีตู้แช่เย็นจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น แน่นอนว่าถ้าสินค้าเน่าเสียและเสื่อมคุณภาพก็จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเครือฯ ดังนั้นต้องหาวิธีแก้ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์นี้ให้ได้  ในช่วงแรกเรานำผู้ค้าปลีกมารวมตัวกัน ให้พวกเขานำเนื้อสัตว์แปรรูปของเครือเจริญโภคภัณฑ์ใส่ตู้เย็นแล้วนำไปวางขาย ซึ่งตู้เย็นนี้เราเป็นฝ่ายจัดหาให้ อย่างไรก็ตาม สมัยนั้นระบบการขนส่งของไทยค่อนข้างล้าหลัง ด้วยเหตุนี้จึงยังไม่สามารถรับประกันคุณภาพของสินค้าได้อย่างเต็มที่ ปัญหานี้ทำให้ผมตระหนักว่า หากต้องการจะแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพสินค้า และบริหารธุรกิจอาหารแบบครบวงจรให้สำเร็จนั้น จำเป็นต้องลงไปให้ถึงช่องทางการจัดจำหน่ายของธุรกิจค้าปลีกรายย่อยด้วย ในขณะที่เรากำลังหาแนวทางแก้ไขปัญหา โอกาสก็มาถึงโดยไม่คาดคิด ต้นทศวรรษ 2520 SHV Holding Company ซึ่งเป็นบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ได้มาขอปรึกษากับผมว่า ต้องการจะทำธุรกิจถ่านหินที่ประเทศจีน เพราะสมัยนั้นมีเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นบริษัทต่างชาติเพียงรายเดียวที่เข้าไปทำธุรกิจในประเทศจีน บริษัท SHV มีความคิดที่จะซื้อถ่านหินจากประเทศจีน ขณะเดียวกันก็มีเป้าหมายจะขายท่าเรือลอยน้ำให้จีนด้วย เมื่อผมได้ช่วยประสานงานกับกระทรวงพลังงานของจีนจนเป็นที่เรียบร้อยและกำลังจะเริ่มดำเนินการแล้วนั้น สัญญาธุรกิจระหว่างสองฝ่ายกลับต้องยุติลง เนื่องจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ขณะนั้นตัดสินใจขายเรือดำน้ำให้ไต้หวัน ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ถึงแม้ว่าธุรกิจถ่านหินจะเจรจาไม่สำเร็จ แต่ผมกับผู้บริหารระดับสูงของ SHV ก็กลายเป็นเพื่อนกัน บริษัท SHV นั้นมี Makro เป็นบริษัทลูก ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าส่งในรูปแบบ cash and carry คือ ลูกค้ามาซื้อสินค้าด้วยเงินสดและขนสินค้าไปเอง ผมตั้งใจว่าจะนำ Makro เข้ามาเปิดกิจการในประเทศไทย ตอนนั้นผู้บริหาร Makro ของ SHV ไม่เห็นด้วยนักและมีทีท่าห่วงใยว่า “รูปแบบการบริหารนี้อาจยังเร็วเกินไปสำหรับประเทศไทย”ผมจึงได้ไปพบประธานของ SHV ที่เนเธอร์แลนด์ด้วยตนเอง และพยายามโน้มน้าวท่าน ในที่สุดปีพ.ศ. 2531 เครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัท SHV ก็ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกัน และสร้างระบบโลจิสติกส์คุณภาพตามที่รอคอยมานาน...

Read More

หากมีใครถามผมว่าจะสืบทอดและรักษากิจการให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างไร ผมจะตอบว่า “วิธีการมีอยู่อย่างเดียวคือ “ต้องพัฒนาและคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง” คุณพ่อของผมเริ่มจากการสร้างกิจการขายเมล็ดพันธุ์ พี่ๆ ก็ได้ช่วยกันขยายกิจการสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ เมื่อผมเข้ามาสืบทอดการบริหารต่อ ก็พัฒนาสู่ธุรกิจเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงกุ้ง แปรรูปอาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคม และอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่าเราไม่เคยหยุดการพัฒนาเลย หลังจากทำธุรกิจเลี้ยงไก่ได้ไม่นาน ผมก็เริ่มทำธุรกิจเลี้ยงหมู ซึ่งก็มีรูปแบบคล้ายกับการเลี้ยงไก่ นั่นคือเครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ลูกหมูแก่เกษตรกรเพื่อนำไปเลี้ยง หลังจากที่หมูโตแล้ว บริษัทก็จะรับซื้อกลับไป แล้วนำเนื้อหมูไปแปรรูปและขายเป็นอาหารต่อไป เครือฯ เป็นผู้สร้างฟาร์มเลี้ยงหมูและจัดหาอาหารสัตว์ให้เกษตกร ในช่วงทศวรรษที่ 2510-2520 เครือฯ ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทในยุโรปและสหรัฐอเมริกา นำเข้าหมูที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์แล้วสู่ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เนื้อหมูของยุโรปและสหรัฐอเมริกาไม่ถูกปากคนไทยนัก ทำให้ เครือฯ ริเริ่มที่จะพัฒนาพันธุ์หมูขึ้นเองจนสำเร็จ สามารถนำหมูพันธุ์ใหม่ออกวางขายในตลาดได้ช่วงทศวรรษ 2530 กุ้งกุลาดำ เป็นกุ้งพันธุ์พื้นเมืองของประเทศไทย ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แต่สำหรับธุรกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งนั้น แรกเริ่มมาจากประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ทศวรรษ 2500 แล้ว จากนั้นจึงถ่ายทอดไปยังไต้หวัน การที่ญี่ปุ่นมีชื่อเสียงในธุรกิจนี้มายาวนาน เครือฯ จึงเริ่มต้นธุรกิจเลี้ยงกุ้งโดยร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นก่อน แต่ปรากฏว่า กุ้งของญี่ปุ่นไม่เหมาะกับสภาพอากาศของเมืองไทย ขณะนั้นเครือเจริญโภคภัณฑ์มีธุรกิจอาหารสัตว์และธุรกิจเลี้ยงไก่ที่ไต้หวัน ประธานที่รับผิดชอบงานบริหารธุรกิจที่ไต้หวันได้อธิบายให้ผมฟังว่า “ธุรกิจเลี้ยงกุ้งที่ไต้หวันเองก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก” ผมจึงเสนอกลับไปว่า “ถ้าคุณสนใจธุรกิจเลี้ยงกุ้ง ขอให้นำเทคโนโลยีของไต้หวันเข้ามาในประเทศไทย ผมจะให้คุณดูแลธุรกิจนี้” สุดท้ายเราจึงตัดสินใจนำเทคโนโลยีจากไต้หวันเข้ามาเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำของประเทศไทย และภายหลังได้เปลี่ยนเป็นการเลี้ยงกุ้งขาวพันธุ์ L. Vannamei ซึ่งเป็นกุ้งสายพันธุ์อเมริกาใต้ที่ทนต่อโรคได้ดี กระบวนการเลี้ยงกุ้ง ก็คล้ายคลึงกับกระบวนการเลี้ยงไก่ และหมู กล่าวคือ เราเริ่มจากการเลี้ยงลูกกุ้งก่อน หลังจากนั้นส่งลูกกุ้งให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งนำไปเลี้ยงต่อ เครือเจริญโภคภัณฑ์เริ่มส่งออกกุ้งกุลาดำที่เลี้ยงในประเทศไทยไปญี่ปุ่นตั้งแต่ปีพ.ศ.2530...

Read More

เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2533 ผมได้มีโอกาสพบกับท่านเติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำสูงสุดของประเทศจีน ที่ปักกิ่ง แม้ก่อนหน้านั้นผมจะเคยได้ร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรีของไทยไปพบท่านมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ท่านให้ผมเข้าพบในฐานะประธานเครือเจริญโภคภัณฑ์ แม้ว่าจะอยู่ในวัย 85 ปี แต่ท่านก็ยังพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและสดใส “ชื่อของพวกคุณพี่น้อง ตั้งได้ดีมาก” ท่านเติ้ง เสี่ยวผิง จับมือผมพลาง และพูดถึงชื่อภาษาจีนของพวกเราพี่น้องทั้งสี่คน ซึ่งก่อนหน้านี้ผมได้เคยบอกไปแล้วว่า คุณพ่อของผมเป็นผู้ตั้งชื่อให้พวกเรา ได้แก่ เจิ้งหมิน ต้าหมิน จงหมิน และกั๋วหมิน (ผม) เมื่อนำคำหน้ามารวมกัน ก็จะเป็น “เจิ้งต้าจงกั๋ว” ซึ่งความหมายก็คือ ให้ประเทศจีนเดินตามเส้นทางที่ถูกต้อง และพัฒนาให้ยิ่งใหญ่ เข้มแข็ง ในปีพ.ศ.2532 ประเทศจีนเกิดความวุ่นวายทางการเมือง ท่านจ้าว จื่อหยาง (Zhao Ziyang) ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งชาติจีนในตอนนั้นต้องลงจากอำนาจ ในขณะที่บริษัทต่างชาติทยอยถอนการลงทุนจากประเทศจีน แต่เครือเจียไต๋ (ชื่อของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ประเทศจีน) กลับเพิ่มการลงทุนโดยไม่ลังเลใจใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเพราะเราเป็นบริษัทแรกที่เข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ท่านเติ้ง เสี่ยวผิง ตั้งขึ้นและเพื่อเป็นการช่วยรักษาเงินลงทุนในนามบริษัทต่างชาติไว้ ซึ่งในที่สุดการดำเนินการต่างๆ ก็ประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ท่านจึงให้เกียรติเครือฯ เป็นอย่างมาก “ผมหวังว่าชาวจีนโพ้นทะเลที่มีอยู่กว่าสิบล้านคนทั่วโลก จะสนใจกลับมาลงทุนในจีนเหมือนเช่นกับท่าน จีนจะดำเนินนโยบายการเปิดประเทศอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมาตรการให้เปิดประเทศมากขึ้น” ท่านเติ้ง เสี่ยวผิง กล่าวกับผมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ และแฝงด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง มกราคม ปีพ.ศ.2535 ท่านเติ้ง เสี่ยวผิง ซึ่งมีอายุมากแล้ว ได้เดินทางไปสำรวจเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น ท่านได้ประกาศให้จีนเร่งการปฏิรูปและเปิดประเทศให้มากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้บรรยากาศภายในและนอกประเทศจีนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นักลงทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในประเทศจีนเป็นจำนวนมาก...

Read More

ผมมีโอกาสได้ไปประเทศจีนบ่อยขึ้น ทุกครั้งที่ไปประเทศจีน ผมจะดูรายการโทรทัศน์ของจีนทั้งด้วยความบังเอิญบ้างและด้วยความตั้งใจบ้าง ผมคิดว่าเนื้อหารายการโทรทัศน์ของจีนนั้นไม่ค่อยน่าสนใจเลย ทันใดนั้นความคิดอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ตั้งแต่สมัยเด็กก็ผุดขึ้นมา ทำให้ผมเกิดความคิดต้องการจะผลิตรายการโทรทัศน์ที่สนุกและมีสาระเพื่อออกอากาศในประเทศจีน ผมมีเพื่อนชาวไต้หวันคนหนึ่งชื่อ มร. ออง ปิ่ง หรง (Mr. Ongg Bing Rong) เขาเป็นผู้บุกเบิกกิจการโทรทัศน์ที่ไต้หวัน มีพรสวรรค์ด้านโทรทัศน์ และทำงานในตำแหน่งสำคัญของสถานีโทรทัศน์ อีกทั้งยังร่วมบุกเบิกทำ “สถานีโทรทัศน์จีน” (China TV) ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของไต้หวันอีกด้วย มร. ออง เป็นตัวแทนของสื่อไต้หวัน แต่เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นหากเอ่ยถึงชื่อ มร. ออง ที่เป็นคุณพ่อของคุณจูดี้ ออง (Judy Ongg) นักร้องชื่อดัง ทุกคนต่างก็รู้จักทั้งนั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์เริ่มเข้าไปลงทุนที่ไต้หวันตั้งแต่ยุค 2510 ผมเดินทางไปไต้หวันบ่อยครั้ง และได้รู้จักกับ มร. ออง ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่โดดเด่นจากการแนะนำของนักธุรกิจชาวไต้หวันท่านหนึ่ง เมื่อเราได้พบกันก็รู้สึกชอบพอกันทันที และไปมาหาสู่จนกลายเป็นเพื่อนสนิท ช่วงทศวรรษ 2520 ในแวดวงชาวจีนโพ้นทะเล ไม่มีใครรู้จักและคุ้นเคยรายการโทรทัศน์ของต่างประเทศดีเท่ากับ มร. ออง ผมได้ก่อตั้งบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ขึ้นที่ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ โดยเชิญ มร. ออง มาดำรงตำแหน่งประธาน ในฐานะที่เป็นสปอนเซอร์สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน เราจึงได้รับโอกาสให้นำรายการที่ผลิตขึ้นมาออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ และเป็นที่มาของรายการChia Tai Variety Show รายการ Chia Tai Variety Show...

Read More

วันหนึ่งพี่ชายซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของผมมาถามว่า “สนใจอยากเป็นตัวแทนส่งออกมอเตอร์ไซค์ซิ่งฝูที่ผลิตโดยประเทศจีนไหม”ตอนนั้นเป็นช่วงต้นทศวรรษ 2520 ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์เพิ่งเข้าไปทำธุรกิจในจีนได้ไม่นาน สมัยนั้นเซี่ยงไฮ้เป็นผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ “ซิ่งฝู” (Xingfu) และเป็นช่วงที่จีนขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ จึงต้องการจะใช้การส่งออกเพื่อดึงดูดเงินตราต่างประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้จัดประชุมที่ฮ่องกงเพื่อปรึกษาหารือเรื่องนี้ และเมื่อบรรดาผู้บริหารระดับสูงได้รับทราบต่างก็พากันแสดงท่าทีไม่ค่อยมั่นใจว่าธุรกิจตัวแทนขายมอเตอร์ไซค์ซิ่งฝูจะมีความเป็นไปได้ และมีความคิดเห็นทำนองว่า “นี่ไม่ใช่การขายของโบราณใช่ไหม แบบรถดูโบราณ ทำความเร็วได้น้อย คงไม่มีคนต้องการซื้อ” เนื่องจากแม้ว่ามอเตอร์ไซค์ยี่ห้อซิ่งฝูจะผลิตโดยบริษัทของเซี่ยงไฮ้แต่กลับมีโมเดลเหมือนรถมอเตอร์ไซต์ที่ผลิตในยุโรปช่วงทศวรรษ 2480-2490 ในที่ประชุม ผมตอบไปว่า “ถ้าเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เป็นตัวแทนเพียงรายเดียวในโลก ผมจะทำ” และได้บอกกับพี่ชายที่เป็นญาติผู้พี่ของผมว่า “เงื่อนไขคือให้ผู้ซื้อชำระเงินที่ฮ่องกง แล้วรับสินค้าที่จีน พี่ไปถามเจ้าของโรงงานที่เซี่ยงไฮ้ว่าตกลงตามเงื่อนไขที่ผมเสนอไหม” คนในที่ประชุมเมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสงสัยปนประหลาดใจ แต่ผมมีแผนในใจแล้ว...

Read More

ปีพ.ศ. 2522 ฮ่องกงยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ มีหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างๆ เกาะฮ่องกง เมืองนั้นคือ“เซินเจิ้น” ซึ่งมีประชากรอยู่เพียงไม่กี่หมื่นคน แตกต่างกับปัจจุบันที่เซินเจิ้นมีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน สมัยนั้นเซินเจิ้นยังไม่มีโรงแรมที่จะสามารถเข้าพักได้สักแห่ง เมื่อเติ้ง เสี่ยวผิง ได้กลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง หลังจากที่ถูกปลดออกในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ท่านได้ตั้งหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แห่งนี้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กลายเป็นต้นแบบดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ในตอนนั้นบริษัทต่างประเทศส่วนใหญ่ต่างมองเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้นด้วยความเคลือบแคลงสงสัย แต่ผมกลับเชื่อมั่นท่านเติ้ง เสี่ยวผิง เนื่องจากตั้งแต่ช่วงก่อนการปฏิวัติวัฒนธรรม ท่านก็มีวิสัยทัศน์ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว เมื่อผมได้กลับไปประเทศจีนอีกครั้ง ผมรู้สึกได้ถึงความปรารถนาและความกระตือรือร้นของชาวจีนซึ่งอยากจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่าจีนจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางดังเช่นสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมอีกแล้ว ในปีพ.ศ. 2523 รัฐบาลจีนประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างเป็นทางการ ซึ่งประกอบด้วย 4 เมือง ได้แก่ เมืองเซินเจิ้น เมืองจูไห่ เมืองซัวเถา ของมณฑลกวางตุ้ง และเมืองเซี่ยเหมิน ในมณฑลฝูเจี้ยน หลังจากการปฏิวัติวัฒนธรรมสิ้นสุดลง ข้าราชการระดับผู้บริหารท้องถิ่นในสมัยที่คุณพ่อยังทำธุรกิจฟาร์มเกษตรอยู่ที่ซัวเถา ก็ทยอยกลับมามีบทบาทการเมืองอีกครั้ง การเจรจาร่วมทุนทางธุรกิจเกิดขึ้นที่บ้านของข้าราชการระดับสูงท่านหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของคุณพ่อในมณฑลกวางตุ้ง เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัทคอนติเนนตัล เกรน ของสหรัฐอเมริกา และรัฐบาลจีนได้ร่วมลงทุนก่อตั้งบริษัท “เจียไต๋คอนติ” (Chia Tai Conti) ซึ่งชื่อบริษัทตั้งตามชื่อร้านเจียไต๋ กิจการเมล็ดพันธุ์ที่คุณพ่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพฯ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ใช้ชื่อ “เครือเจียไต๋” (Chia Tai Group) ที่ประเทศจีนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่นานรัฐบาลท้องถิ่นของเมืองเซินเจิ้นได้อนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการให้เครือเจียไต๋ได้ใบอนุญาตฯ เลขที่ 0001 ซึ่งหมายถึง เครือฯ เป็นบริษัทต่างชาติรายแรกที่เข้าไปลงทุนที่เซินเจิ้น ในปีพ.ศ. 2524...

Read More

ในฐานะที่เครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารเชสแมนฮัตตัน (Chase Manhattan Bank) ที่ปัจจุบันคือเจพีมอร์แกนเชส (J.P. Morgan Chase) ธนาคารเชสแมนฮัตตันได้แนะนำให้เรารู้จักกับบริษัทที่ทำธุรกิจไก่เนื้อของสหรัฐอเมริกา ต่อมาด้วยการแนะนำของธนาคารฯ อีกเช่นกัน เครือฯ ก็ได้ร่วมมือทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับบริษัทคอนติเนนตัล เกรน ( Continental Grain) ซึ่งเป็นบริษัททำธุรกิจค้าวัตถุดิบรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ในปีพ.ศ. 2521 จีนเริ่มดำเนินนโยบายเปิดประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ตัดสินใจทันทีในการร่วมลงทุนกับบริษัทคอนติเนนตัล เกรน ทำธุรกิจอาหารสัตว์ที่จีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากที่ผมกลับจากจีนในช่วงทศวรรษ 2490 ผมก็ไม่ได้กลับไปจีนอีกเลย เพราะในช่วงที่การปฏิวัติวัฒนธรรมแผ่ขยายไปทั่วประเทศจีน (พ.ศ. 2503-2513) ชาวจีนโพ้นทะเลไม่สามารถกลับไปแผ่นดินบ้านเกิดที่จากมาได้ ปลายปีพ.ศ. 2522 หลังจากที่ไม่ได้กลับไปจีนนานกว่า 20 ปี ผมก็ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศจีนอีกครั้งกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทคอนติเนนตัล เกรน โดยนั่งเครื่องบินจากฮ่องกงไปกวางเจา การเดินทางครั้งนี้มีเวลาในจีนสั้นมาก หลังจากที่หารือทางธุรกิจเสร็จลงในช่วงเช้า ตอนเย็นก็รีบบินกลับฮ่องกงเลย ย้อนกลับไปในช่วงปลายยุคทศวรรษ 2490 ผมเคยไปเรียนมัธยมที่กวางเจา 1 ปี ตอนนั้นกวางเจาเป็นเมืองศูนย์กลางของจีนตอนใต้ที่เจริญรุ่งเรืองมาก อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ดึงดูดชาวฮ่องกงเป็นจำนวนมากอีกด้วย เมื่อได้กลับไปกวางเจาอีกครั้ง ภาพที่สะท้อนในสายตาของผมกลับเป็นบรรยากาศที่วังเวงของช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม วัดวาอารามและโบราณวัตถุที่มีค่าทางวัฒนธรรมถูกทำลายไปมาก กวางเจาแทบไม่เหลือเค้าความเจริญในอดีตให้เห็นเลย บรรยากาศที่หดหู่เช่นนี้ หลายบริษัทที่ตั้งใจจะกลับเข้ามาลงทุนต่างก็ถอยทัพ แต่ผมไม่คิดถอย เพราะคิดว่า “นี่แหละคือโอกาส” ในประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น โอกาสการพัฒนาธุรกิจจะมีน้อย ขณะที่ประเทศจีนหลังการปฏิวัติวัฒนธรรมนั้นล้าหลังไปมาก ซึ่งเราสามารถเข้าไปบุกเบิกตั้งแต่ต้นได้ ดังนั้นผมจึงตัดสินใจไปลงทุนที่จีน การได้หวนกลับไปยังประเทศจีนในรอบนี้ ผมมีความตั้งใจว่าจะต้องหาโอกาสไปซัวเถาเพื่อเยี่ยมครูเฉิน ซึ่งเป็นคุณครูประจำชั้นสมัยประถมที่ผมให้ความเคารพและระลึกถึงท่านอยู่เสมอ ในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรม การติดต่อทางไปรษณีย์ระหว่างจีนกับต่างประเทศถูกสั่งห้าม ผมจึงไม่ได้ทราบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของครูเลย ผมใช้โอกาสที่ไปกวางเจาเพื่อคุยเรื่องธุรกิจครั้งที่ 2...

Read More