| |
วิสัยทัศน์
|
|
|
"เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีข้าวครบวงจร"
|
|
CP.Crop : "Expertly Integrated Rice Business"
|
| |
 |
"ข้าว" เป็นทั้งพืชอาหารหลักและพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ข้าวเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนไทยนานนับห้าพันปีไม่ใช่เฉพาะทางเศรษฐกิจเท่านั้นยังรวมถึงกำลังคนและวัฒนธรรมของคนไทยด้วย ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกข้าว 67 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 50 เปอร์เซนต์ของพื้นที่การเกษตรได้ผลผลิตปีละประมาณ 26-30 ล้านตันข้าวเปลือกใช้ภาย ในประเทศปีละประมาณ 14 ล้านตันข้าวเปลือกและส่งไปขายต่างประเทศ 12-16 ล้านตันข้าวเปลือกประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวสาร และผลิตภัณฑ์จากข้าวอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกันมานานหลายปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 จนถึงปัจจุบัน แต่ผลผลิตข้าวของไทยยังต้องมีการพัฒนาทั้งด้านคุณภาพและผลผลิตต่อพื้นที่ |
| ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้มีความเหมาะสม ต้นทุนการผลิตต่ำ สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรจึงได้ริเริ่มโครงการข้าวครบวงจรขึ้นในปี 2537 ซึ่งเป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและบริษัทเพื่อทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมตั้งแต่ก่อนการเพาะปลูกจนถึงหลังการเก็บเกี่ยวให้แก่เกษตรกร โดยเริ่มตั้งแต่การวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมที่ให้ผลผลิตสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต โดยอาจารย์เสถียร พรหมชัยนันท์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการปลูกข้าว และเป็นเจ้าของเทคโนโลยี "หว่านวันแม่ เกี่ยววันพ่อ" การใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ และรักษาสภาพแวดล้อม รวมถึงสุขภาพของเกษตรกรอีกด้วย |
|

|
| นับเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนจากกระแสการบริโภคอาหารที่ผ่านการผลิตอย่างถูกสุขลักษณะ และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ขยายตัวสูงขึ้น เพื่อเป็นการตอบสนองให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพและยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอินทรีย์จะสูงกว่าสินค้าทั่วไป 20-30% ทางบริษัทจึงได้ดำเนินการส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ในเขตอ.เชียงยืน จใมหาสารคามตั้งแต่ปี 2544 และได้รับการรับรองมาตรฐาน จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์(มกท.) ในปี 2546ทำให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าข้าวอินทรีย์ที่ผลิตขึ้นมีคุณภาพและปลอดจากสารพิษ นอกจากนี้ภายหลังที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) และเปิดเสรีทางการค้ามากขึ้นทำให้กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรได้เห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และได้เข้าร่วมในการศึกษา ซึ่งจะช่วยคุ้มครองจากการละเมิดลิขสิทธิ์และการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าช่วยในการพัฒนาเทคนิคการผลิต การตลาดและการส่งออก |
|

|
| ปัจจุบันรัฐบาลได้มีโครงการที่รับรอง GI ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ เพื่อเป็นการตอบรับและเตรียมความพร้อมทางทีมงานส่งเสริมจึงได้จัดทำโครงการผลิตข้าวหอมมะลิสุรินทร์ขึ้น ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง ใน อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ |