นายอนวัช สะเดาทอง รองผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจปาล์มน้ำมัน กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรในภาคตะวันออกมีความต้องการต้นพันธุ์ปาล์มคุณภาพเป็นจำนวนมาก เพราะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในภาคตะวันออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ จ.ตราด พบว่าเกษตรกรได้ทำการปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนเงาะ และสวนมังคุดที่ไม่ได้คุณภาพ รวมทั้งบ่อกุ้งร้างมาปลูกปาล์มน้ำมันแทน เนื่องจากปาล์มน้ำมันให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าไม้ผลหลายๆชนิด ประกอบกับปัจจุบันโรงสกัดน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่ที่ จ.ชลบุรียังได้ขยายจุดรับซื้อผลผลิตปาล์มในระดับอำเภอใหญ่ๆของภาคตะวันออกด้วย ทำให้เกษตรกรไม่ต้องเสียค่าขนส่งในระยะไกลเหมือนที่ผ่านมา
ดังนั้น เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่ปลูกปาล์มในภาคตะวันออก บริษัทฯจึงได้ตั้งโรงเรือนเพาะชำ (nursery) พันธุ์ปาล์ม C.P. tenera แห่งใหม่ขึ้น จ.ตราด เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่สนใจจะเปลี่ยนมาปลูกปาล์มน้ำมันสามารถมาเรียนรู้กระบวนการผลิต และตรวจสอบคุณภาพของกล้าพันธุ์ปาล์มที่จะซื้อได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไปถึงแหล่งผลิตในภาคใต้ อีกทั้งบริษัทฯยังมีบริการจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำแนะนำเรื่องการดูแลและการปลูกปาล์มที่ถูกวิธีให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่องด้วย เบื้องต้นพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่พอใจกับมาตรฐานการผลิตต้นปาล์มของบริษัทฯ เนื่องจากต้นปาล์ม C.P. tenera ทุกต้นแข็งแรงและเจริญเติบโตสม่ำเสมอตรงตามมาตรฐาน
“ที่ผ่านมาการปลูกผลไม้ต้องใช้เวลาดูแลถึง 10 เดือน แต่ให้ผลผลิตแค่ 2 เดือนอีกทั้งเกษตรกรยังต้องเผชิญกับปัญหาราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปาล์มน้ำมันลงทุนครั้งเดียวเมื่ออายุครบ 3 ปีเกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตขายได้เดือนละ 2 ครั้ง อีกยังเป็นพืชที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคแมลง และมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลก จึงเป็นเหตุให้เจ้าของสวนผลไม้ในภาคตะวันออกสนใจที่จะเปลี่ยนมาปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มมากขึ้น” นายอนวัชกล่าว

นายอนวัช กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตต้นพันธุ์ปาล์มของบริษัทฯ นอกจากจะมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานตามหลักวิชาการแล้ว ยังได้ลงทุนนำระบบน้ำหยดมาใช้ในการแปลงผลิตต้นพันธุ์ปาล์ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้น้ำและปุ๋ยเคมีที่สอดคล้องกับความต้องการของพืช ทำให้ต้นปาล์มมีการเจริญเติบโตดีสม่ำเสมอ และแข็งแรงได้มาตรฐาน ดังนั้นในปี 2553 บริษัทฯ มีแผนที่จะปรับปรุงโรงเพาะชำต้นปาล์มทางภาคใต้ทั้ง 3 แห่งได้แก่ จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช และสตูล โดยนำระบบน้ำหยดมาใช้แทนการให้น้ำแบบเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต้นปาล์ม C.P. tenera ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน อันจะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรต่อไป
|