You are here : เกษตรกรตัวอย่าง / Login
 เกษตรกรตัวอย่าง

Current Articles | Archives | Search

Monday, February 27, 2012
คุณนงนุช  สว่างศรี ชาวนารุ่นใหม่ อายุ 35 ปี  ปลูกข้าวที่ ต.กระเสียว อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี  คุณนงนุช สว่างศรี ชาวนารุ่นใหม่ อายุ 35 ปี ปลูกข้าวที่ ต.กระเสียว อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี
5:13 PM :: 6807 Views :: Article Rating
 
 
นงนุช  สว่างศรี  เกษตรกรผู้ปลูกข้าวพันธุ์ซีพี 111
 
   คุณนงนุช  สว่างศรี    ถือเป็นชาวนารุ่นใหม่ที่จัดอยู่ในเกษตรกรชุดหัวไวใจสู้  อายุ 35 ปี  ปลูกข้าวที่ ต.กระเสียว อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี   ได้เล่าว่าในปัจจุบันได้มีการระบาดของโรคแมลงในนาข้าวมีเยอะมาก  โดยเฉพาะในเรื่องของการระแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลนั้นเป็นปัญหาใหญ่และสำคัญมากแก่ชาวนา   แม้ที่ผ่านมาจะวิธีการกำจัดเพลี้ยกระโดดทั้งการป้องกัน  และกำจัดอย่างไร ใช้สารเคมีฉีดพ่นหลายครั้งก็เอาไม่อยู่  ทำให้นาข้าวของชาวนาได้รับความเสียหายอย่างหนักเป็นบริเวณกว้างอย่างกับในพื้นที่ อ.สามชุก ตลาดร้อยปีที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และถือเป็นแหล่งปลูกข้าวแหล่งใหญ่กว่า 2 แสน 5 หมื่นไร่ต้องประสบกับปัญหาดังกล่าวด้วย    หลายพื้นที่ปลูกข้าวถึงกับ “ไม่ได้ข้าวเลย” คุณนงนุชจึงได้เสาะแสวงหาเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีที่ให้ทั้งผลผลิตสูงรวมทั้งต้องตอบโจทย์สำคัญให้กับชาวนาคือ “ต้องต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล”  จนในที่สุด ก็ค้นพบว่าข้าวพันธุ์ ซีพี 111 สามารถช่วยแก้ปัญหา ดังกล่าวได้

แปลงข้าวซีพี 111 ใกล้เก็บเกี่ยว
   นงนุชยอมรับว่า การทำการเกษตร“พันธุ์เป็นสิ่งสำคัญ” ที่จะส่งผลให้ได้ผลผลิตและได้คุณภาพข้าวที่ดีดังนั้นการนำพันธุ์ข้าวซีพี 111 มาปลูกนั้นแม้ชาวนารายอื่นจะยังไม่กล้าเสี่ยงด้วยเสียงที่ว่าราคาค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว ซีพี 111 มันแพงซึ่ง 1 ไร่ต้องจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ 900 บาท ( 1 ไร่ใช้ 15 กก.)  ในขณะที่พันธุ์ทั่วไปลงทุน 500-600 บาท ( 1 ไร่ใช้ 25-30 กก.)   ปลูก  10  ไร่ สามารถลดค่าใช้จ่ายสารเคมีได้ถึง 10,000  บาท   แต่เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกันอย่างรอบคอบแล้ว จะเห็นว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มคุ้ม คุ้มตั้งแต่ในเรื่องการฉีดพ่นสารเคมีแล้ว  ลองมาพินิจพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวซีพี 111 ที่ คุณนงนุชเล่าให้ฟังได้ความคือ  คือ คุ้มที่   1  หว่านใช้เมล็ดพันธุ์น้อย  ใช้เพียง 15 กก.ต่อไร่ แตกกอดีกว่าพันธุ์ทั่วไป  ในขณะที่พันธุ์ทั่วไปชาวนาหว่านถึง   25- 30 กก.ต่อไร่   คุ้มที่ 2 ไม่มีปัญหาเรื่องข้าวดีด ข้าวเด้งที่มากับพันธุ์ ซึ่งต้องเสียค่าจัดการในการดูแล คุ้มที่ 3 สามารถต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลปัญหาร้ายแรงที่ชาวนาส่วนใหญ่ต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ที่พบว่าพันธุ์อื่นทั่วไปที่แปลงปลูกข้าวปลูกอยู่ติดกันและปลูกในช่วงเวลาเดียวกันโดนเพลี้ยกระโดดลงข้าวเกิดความเสียหายมากในขณะที่พันธุ์ซีพี111  นั้นไม่แสดงอาการถูกทำลาย  สามารถทนทานต่อการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดด    ลดค่าใช้จ่ายในการฉีดพ่นสารเคมีลงถึงไร่ละกว่า 1,000    คุ้มที่ 4  ได้ผลผลิตข้าวสูงเฉลี่ยไร่ละ 1,100  กก.ต่อไร่ในขณะที่พันธุ์ทั่วที่ปลูกในฤดูเดียวกันรุ่นเดียวกันได้เพียง 800-900 กก.ไร่ (ปลูกช่วงปรัง 1  เริ่มปลูก 1 พ.ย.54-20 ก.พ. 55 ) เนื่องจากมีจำนวนเมล็ดต่อรวงมากเฉลี่ยที่ 180-190 เมล็ดต่อรวงในขณะที่พันธุ์ทั่วไปอยู่ที่  150 เมล็ดต่อรวง  

ลักษณะรวงและเมล็ดต่อรวงข้าวเปรียบเทียบ พันธุ์ ซีพี 111 ซ้าย และพันธุ์ทั่วไปทางด้านขวา
 
ลักษณะลำต้นข้าวพันธุ์ ซีพี 111 ลำต้นยังคงเขียวโดยเพลี้ยไม่ทำลาย  (ซ้าย)
ในขณะที่พันธุ์ทั่วไปปลูกติดกันเพลี้ยได้ทำลายเสียหายมาก (ขวา)
   เรียกได้ว่าพันธุ์ข้าว ซีพี 111  นอกจากจะเป็นพันธุ์ข้าวที่ช่วยตอบโจทย์ช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวนาในการต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจึงช่วยให้ชาวนาได้ผลผลิตข้าวเยอะขึ้น   ขายข้าวได้เงินเพิ่มมากขึ้น  และได้ราคาดีตามโครงการจำนำข้าวที่รัฐได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้  ซึ่งจะช่วยให้ชาวนามีรายได้เพิ่มมากขึ้นสามารถลืมตาอ้าปากได้มากขึ้นกว่าเดิม
 
 นายลูกเกษตร
Images
  • คุณนงนุช  สว่างศรี ชาวนารุ่นใหม่ อายุ 35 ปี  ปลูกข้าวที่ ต.กระเสียว อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี
Rating
Comments







Copyright © 2007 by Crop Integration Business C.P. Group All right reserved.  | Support By CDPIO
 | Login